นานมากแล้วที่มีคนชอบถามคำถามมากมายว่าถ้ารักกันแล้วก็ต้องแต่งงานซิ จะได้สร้างครอบครัวด้วยกัน และมีเหตุผลอีกมากมายที่ยกประเด็นขึ้นมาสำหรับหยิบยกให้อีกฝ่ายเห็นคล้อยตามว่าเห็นดีเห็นงามไปด้วย เหตุผลมากมายที่คนเราชอบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการจดทะเบียนและการมีพิธีแต่งงานนั้นก็คือเป็นการให้เกียรติผู้หญิง และให้เกียรติพ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นการบอกให้คนอื่นได้รับรู้ว่าทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามที่ผู้คนหยิบยกขึ้นมาใช้สำหรับมีพิธีต่าง ๆ

สำหรับตัวเองก็ยังคิดว่า ไม่ว่า ณ ตอนนั้นที่ใช้ชีวิตคู่กันแล้วถึงที่สุดเวลาเกิดปัญหาคนที่จะเป็นคนแก้ปัญหาและรู้ดีต้นตอของปัญหาเกิดจากอะไรนั้นก็คือคน 2 คนนั้นเอง คนนอกคงหาได้มารับรู้และเข้าใจในความเป็นจริงไม่ บางคนที่เข้ามาอ่านอาจจะแปลกใจว่าทำไมถึงเราถึงคิดแปลก ๆ แบบนี้ทั้ง ๆที่ตัวเองก็เป็นผู้หญิงไม่เห็นคุณค่าของตัวเองเลยเหรอ เปล่าเลยก็เพราะเห็นค่าของตัวเองนะซิถึงรู้ว่าเพราะเรามีค่าไง ยังไงเขาก็จะเห็นคุณค่าของเราเสมอไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือมีพิธีแต่งงานหรือไม่

ใช่ว่ากระแต่งงานและการจดทะเบียนจะเป็นเครื่องยืนยันว่าการใช้ชีวิตคู่ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่ซะหน่อย เพราะว่าบางทีคนที่แต่งงานและจดทะเบียนกันไปก็มีหลายคู่มากมายที่ต้องเลิกลากันไปด้วยเหตุผลหลายอย่างที่พยายามหามาเข้าข้างตัวเองว่าฉันตัดสินใจถูกแล้วในการเลิกลา ก่อนที่จะแต่งงานหรือมีการจดทะเบียนสมรสเราได้ถามใจตัวเองแล้วหรือยังว่าเหตุผลอันใดที่เราอยากจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับอีกฝ่าย มันไม่ควรจะใช่เหตุผลแค่ความรักอย่างเดียว

เพราะถ้าเหตุผลเดียวคือคำว่ารัก ก็จะบอกว่าถึงเวลาหนึ่งที่เราใช้ชีวิตร่วมกันความรักมันจะหมดอายุ (ขอยืมคำจากในหนังเรื่องพลอยมาพูดนะคะ) แต่ถ้าเราการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมันประกอบขึ้นมาด้วยมากกว่าคำว่ารัก คือความเข้าใจ ความใส่ใจ การเอาใจใส่ ความไว้ใจ การให้เกียรติ การอดทน ความห่วงใย และความมั่นใจของแต่ละคนมีให้อีกคน มันก็สามาถที่จะพยุงให้ทั้งคู่เดินร่วมทางไปด้วยกันได้ตลอดเส้นทางของชีวิตคู่

แต่สาเหตุหลายประเด็นที่คนสมัยนี้เลิกลากันไปมากมายไม่คงทนเหมือนสมัยพ่อแม่เรา ก็เพราะเกิดจากความอดทนที่มีต่อกันน้อยลง เพราะต่างคนต่างไม่แคร์ความรู้สึกซึ่งกันและกัน ไม่สามารถทนต่อสิ่งยั่วยุทางอารมณ์ได้ เพราะคนสมัยนี้เห็นความรักเป็นธุรกิจ และเพราะเราเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามมากมายที่เลิกลากันไปแล้ว ทุกคนก็พยายามให้เหตุผลซะสวยหรูว่าตัวฉันไม่ผิด

จะบอกว่าทำยังไงคุณก็ผิด เพราะอะไรนะเหรอ ผิดต่อลูกต่อพ่อแม่ไงคะ เด็กคนหนึ่งที่เกิดมาบนท่ามกลางระหว่างความรัก เขาควรต้องเติบโตไปพร้อมกับความรักและความเข้าใจของพ่อแม่ เขาไม่ควรจะต้องมารับรู้ความล้มเหลวในความรักระหว่างพ่อแม่ เพราะว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ พ่อแม่ก็เช่นกันยัไงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคุณก็ยังเป็นเด็กสำหรับพ่อแม่เสมอ ความรักความห่วงใยยังคงอยู่ในตัวคุณถึงแม่คุณจะปฏิเสธหรืออยากรับความรักความห่วงใยจากคนอื่นมากกว่าก็ตาม

บางทีความรักก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการแต่งงานเพราะถ้าคุณต่างคนต่างรักและคงมั่นในความรัก ไม่ว่าจะมีงานแต่งหรือจะไม่มีทะเบียนสมรสมันคงไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือใจคุณต่างหากที่คุณยังพร้อมที่จะรักผู้ชายหรือผู้หญิงคนนั้นที่เขาทำอะไรมากมายที่ไม่ถูกใจคุณ ทำอะไรหลายอย่างที่คุณต้องอาย ทำอะไรหลายอย่างที่คุณไม่พอใจ แต่เขาก็เป็นคนที่รักคุณอย่างจริงใจคนหนึ่ง

ที่วันนี้มาเขียนกระทู้แบบนี้เพราะว่าเป็นคนหนึ่งที่ไม่คิดว่าต้องแต่งงานแต่มีคนดี ๆ คนหนึ่งอยู่ข้างกายมาตลอดเวลามากกว่า 10 ปี โดยไม่ต้องมาตีสัญญาจับจองด้วยพิธีการมากมาย มีอยู่อย่างเดียวที่เป็นสัญญระหว่างเรา สัญญาใจของกันและกันว่าจะอยู่ดูแลซึ่งกันและกัน และจะคอยเป็นเพื่อนกันเวลาอีกคนอ่อนแอ

ไม่เห็นต้องมีพิธีมากมายไม่ต้องจบลงด้วยเซ็กซ์แต่มันเป็นความรักที่เข้าใจและเป็นมิตรแท้มห้กันและกันอย่างไม่หวังผลตอบแทนของอีกฝ่าย เราเป็นคนเลือกเองค่ะว่าเราจะเดินทางไหน จะเลือกที่จะมีความสุขอย่างแท้จริงหรือเปล่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แต่ก็ยังอยากแต่งงานอยู่ดีแฮะ
เพราะความรักที่มีตอนนี้ได้เพาะบ่มความฝันขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งซะแล้ว(ก็ถ้าอะไรๆมันราบรื่นก็ไม่ควรจะมีเหตุไม่ได้ได้แต่ง)

ถ้าแต่งได้ก็คงจะแต่งแน่ แต่ถ้ามันไม่ได้มันก็เป็นอีกเรื่องนึง

แต่ใช่....ต้องคิดให้ดีก่อนนะ

#1 By shiny on 2007-07-16 17:27

ก็ค่านิยมนั่นแหละค่ะ กับทำให้พ่อแม่มั่นใจว่าคนที่จะมาเป็นคู่ครองลูกจะประคับประคองกันอยู่ได้
พูดเรื่องแต่งงานทำไมน๊า?
หลงทางกันหรือไร? แต่สำหรับคนเม้นท์แม้จะเคยแต่งงานมาแล้ว กลายเป็นแผลเหวอะวะเลย กลายเป็นพวกแอนตี้สุด ๆ เกลียดการแต่งงาน เกลียดพิธีงานแต่งงาน เกลียดที่สุด
ว้าแย่จัง ขอผ่านค่ะ เดี๋ยวใจแย่

#2 By tungmay on 2007-07-16 17:36

มันเป็นเหมือนคำสัญญาคับและแสดงถึงคุณค่าของคนที่คุณรักพร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันแต่อาจจะไม่สมหวังทุกคนหรอกคับ

#3 By tao (125.25.69.99) on 2007-07-16 18:50

แล้วการแต่งงานก็ไม่ใช่จุดจบของความรักแต่เป็นการเริ่มต้นของความรักแต่เส้นทางเดินอาจจะไม่เหมือนกัน

#4 By tao (125.25.69.99) on 2007-07-16 19:08

แล้วการแต่งงานก็ไม่ใช่จุดจบของความรักแต่เป็นการเริ่มต้นของความรักแต่เส้นทางเดินอาจจะไม่เหมือนกัน

#5 By tao (125.25.69.99) on 2007-07-16 19:08

มาตอบจ๊ะ ไม่ใช่ว่าการแต่งงานเป็นเรื่องไม่ดีอย่างที่บอกทั้ง 2 ฝ่ายก่อนที่จะแต่งงานกันคาดหวังหรือคิดแบบไหนกับอีกฝ่าย รักข้างเดียวร่วมชีวิตคู่ด้วยกันไม่ได้ถึงแม้อีกฝ่ายจะดีแค่ไหนก็ตาม อยู่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะคิดร่วมสานฝันไปด้วยกันหรือไม่ ประเด็นสำคัญแค่จะบอกว่าแต่งหรือไม่สำคัญอยู่ที่ใจของทั้ง 2 คนว่ามั่นคงเหมือนตอนแรกที่คิดจะอยู่ร่วมกันหรือเปล่า

#6 By Rainny on 2007-07-17 09:22

มันคงเป็นการให้ความเชื่อมั่นมั้งคะ
แต่ถ้าคนสองคนเข้าใจกันดี ก็คงไม่จำเป็น

#7 By แมงปอ on 2007-07-17 10:04

เป็นคนนึงที่คิดว่าความรักเป็นสิ่งที่งดงามเสมอ ถ้า มาจากจิตใจที่งดงาม ดีใจที่ยังมีข้อความอย่างนี้ให้อ่าน

#8 By ninluck (203.113.17.174) on 2008-05-26 12:17